บทกวีแห่งเขาแผงม้า
“หนึ่งกลุ่มคนอาสา ร่วมแรงแจ่มใส
เก็บยางใต้ร่มใบ รวมไว้บ้านนา
บ้านไร่ทิวป่าเขียว หลังคามุงหญ้า
สองมือช่วยนำพา กล้าไม้ให้ผลิงาม”
“ที่ปลูก คือ กล้าอ่อน
ที่เขียว คือ ผืนป่า
ที่งาม คือ วิญญา
ที่พัฒนา คือ ตัวเรา”
คลิกที่นี่ เพื่ออ่านบทละครฉบับเต็ม
นี่ไม่ใช่การประกาศผลรางวัลบทกวีดีเด่น เพราะคนที่แต่งกลอนบทนี้ ไม่ได้ส่งบทกลอนเข้าประกวด ไม่ได้ต้องการรางวัลตอบแทนใดๆ นอกจากอยากบอกเล่าสิ่งที่พวกเขาคิดให้คนอื่นๆ ได้รับรู้ อยากแลกเปลี่ยนสิ่งที่พวกเขารู้สึกเมื่อได้เข้าร่วมกิจกรรมอาสา “ปลูกป่า ทำโป่งเกลือ เพื่อคนและสัตว์”
บนพื้นที่เขาแผงม้า อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา หลังจากอาสาสมัครแบ่งกลุ่มกันไปทำกิจกรรมอาสา ปลูกป่า กระจายเมล็ดพันธุ์ เสริมโป่งเกลือ กันแล้ว ในวันนั้นทุกคนรวมตัวกันเพื่อถ่ายทอดประสบการณ์ผ่านการแสดงบนเวที ให้เพื่อนๆ ที่ทำกิจกรรมคนละอย่าง ได้รับความรู้ความเข้าใจร่วมกัน
การแสดงที่อาสาสมัครคิดขึ้นมีหลากหลายรูปแบบ ทั้งการแสดงละคร สวมบทบาทเลียนแบบผู้นำชุมชน ผลัดกันถามตอบ ทุกกลุ่มเรียกความสนใจและสร้างเสียงหัวเราะให้เพื่อนๆ ได้ตลอดช่วง แต่ที่เรียกเสียงฮือฮาได้มากที่สุด เห็นจะเป็นบทกลอนที่อาสาสมัครกลุ่มที่ 2 ร่วมกันแต่งขึ้นภายในเวลาไม่กี่สิบนาที แถมยังอาสาเป็นกลุ่มแรกในการนำเสนอเสียด้วย
นึกถึงชั่วโมงภาษาไทยสมัยวัยเด็ก ทุกครั้งที่คุณครูให้การบ้าน แต่งคำขวัญรณรงค์โครงการ หรือกลอนประเภทต่างๆ มักจะออกมาได้ยากเย็น แต่ถ้าเป็นกลอนตลกหยอดมุกแกล้งเพื่อนแล้ว หลายคนกลับแต่งได้ไวและเรียกเสียงหัวเราะจากเพื่อนได้เสมอ นั่นคงเป็นเพราะเรื่องไหนที่เราเข้าใจ เรามักจะอธิบายมันออกมาได้ดี
กลอนบทนี้ที่อาสาสมัครเป็นคนแต่งขึ้นก็คงเหมือนกัน ใช้เวลาสั้นๆ ในการระดมความคิด และใช้เวลาแต่งแค่เพียงไม่นาน คงเป็นเพราะพวกเขาเขียนออกมาจากความรู้สึก เขียนจากความคิดความเข้าใจที่ตกตะกอนแล้วนั่นเอง
ความคิดที่เข้าใจสังคมแบบนี้แหละที่จะเป็นแรงผลักดันเราให้สร้างสรรค์สิ่งดีๆ แก่สังคมได้... อยู่ที่ว่าจะเริ่มต้นเมื่อไหร่เท่านั้นเอง


|
ความคิดเห็น
เพราะมากค่ะ
ได้ใจไปเลย
RSS feed for comments to this post.